2005/May/31

Story by : ลุงท๊อป


เขาเอามือป้องแสงแดดที่ส่องแยงออกมาจากรอยแยกของหมู่เมฆที่ลอยเอื่อยๆ ตามสายลมทะเลที่พัดพาความเหงาไปกับมัน เงาสะท้อนของหมู่เมฆลอยให้เห็นบนผิวน้ำที่ใสดังกระจกของชายหาดรอบๆ เกาะแห่งความรักแห่งนี้

"บางทีนี่อาจจะเป็นโชคชะตา" เขารำพึงกับตัวเองเบาๆ

"ใช่ และนี่ลุงควรจะเอาตีนออกไปจากตัวผมได้แล้ว" ชายอีกคนบ่นดังๆ พลางเอาขาของชายคนแรกที่กำลังก่ายอยู่บนตัวเขาออกไป

"โทษที กำลังเพลิน ถึงว่า บนเกาะมันจะมีหมอนข้างวางอยู่บน ชายหาดได้ไงวะ" ชายคนแรกขอโทษขอโพย (ขอโพย ที่ไม่ได้แปลว่า ขอโพยบอล หรือขอโพยหวยนะ)

"เฮ้อ....." เขาถอนหายใจยาวๆ ผมที่เพิ่งตัดสั้นยังอุตส่าห์ปลิวไปตามสายผม

"เป็นอะไรอีกวะลุง? ผมรู้และเป็นเกย์ใช่ม้า~"

"..... t(- - "

ชายคนแรกขยับตัวลุกขึ้น เขาปัดเม็ดทรายออกจากตัวเบาๆ แน่นอนมันก็จะร่วงลงไปโดนหน้าไอ้คนที่นอนอยู่แน่แท้ทีเดียวเชียวล่ะ

"ลุงเล่นเชี่ยๆอะไรอีกวะเนี่ย แม่งทรายเข้าปากผมหมดเลย"

"เซิน...." ชายคนแรกตบบ่าเขาเบาๆ

"อะไร?" เซิน บัดทรายไปพลาง หันมาตอบพลาง

"มึงจะว่ามั้ยวะ ถ้ากรูจะเขียนให้มึงออกมามีบททุเรศๆ แค่เนี้ย?"

"โห เป็นพระคุณอย่างสูงเลยหว่ะลุง ผมอยากจะออกไปตั้งแต่บรรทัดแรกแล้วหว่ะ งั้นผมไปนะ"

"เชิญ"

เซินเดินไปตามชายหาดที่น้ำเซาะขึ้นมาเรื่อยๆ เสียงลมหวีดหวิวคล้ายเสียงดนตรีจากท้องมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง ชายคนแรกนั้นมองตามรอยเท้าที่โดนคลื่นกลบไปเรื่อยๆ สักพัก เซินก็หันกลับมา

"ว่าแต่ลุง"

"อะไรวะ"

"ไอ้กิ๊ฟมันจะไม่ด่าเหรอที่ลุงมาแต่งตอนนี้ โดยไม่ได้รับอนุญาติ"

"อ้อ เดี๋ยวมันก็มา edit เองแหละ มึงไม่ต้องห่วงหรอก ไปเถอะ"

"เออดี ปล่าว ผมรำคาญน่ะ เดี๋ยวก็งอนอีก แล้วก็ซวยทั้ง server"

"เออน่า คุยกันได้ คนกันเอง"

"เอองั้นโชคดีละกันลุงท๊อป"

ท๊อปยืนส่งเซินจากไปแล้วหันหลังกลับไปเก็บเสื่อที่ปูเอาไว้ แสงแดดในยามเช้าแบบนี้ ทำให้เขาอยากเดินเล่นต่ออีกสักหน่อย

"โอ๊ะ ลืมเอากล้องมา เดี๋ยวกลับไปเอาที่รีสอร์ทก่อนดีกว่าแฮะ แสงกำลังดีแบบนี้ถ่ายภาพจ๊าบๆ ได้ตรึม"

เขาเก็บข้าวของขึ้นแล้วเดินจากไป ทิ้งเพียงรอยเท้าไว้บนผืนทราย....

--------------------------------------------------------------------------------

แดดยามเช้าปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์แห่งนิทรารมย์ เขาเลิกผ้าห่มออกจากตัว พลันเอื้อมมือไปรูดม่านออก แสงสว่างที่เคยมีอยู่น้อยนิดก็พลันสว่างจ้าขึ้นมาทาทาบไปทั่วทั้งบริเวณห้อง เขาพาร่างอันอุ้ยอ้ายลงมาจากเตียงที่แสนนิ่ม ขาทั้งสองพาร่างกายอันใหญ่โตไปยังห้องอาบน้ำ เพียง 5 นาที ต่อมาเขาก็แต่งตัวเสร็จและพร้อมจะออกมาเผชิญกับแดดยามเช้าอีกครั้ง โดยไม่กลัวผิวจะดำ ไม่ใช่เพราะเค้าทา Sun Block SPF 80 ล้านเท่า แล้วหรอกนะ แต่เพราะมันผิวดำอยู่แล้วไง มันเลยไม่รู้จะกลัวดำอีกหาสวรรค์วิมานอันใดอีก จริงมะ?

หายหวมไปไหนกันหมดวะเนี่ย ทิ้งกรูไว้คนเดียวซะยังงั้น เขาบ่น

อยู่นี่จ๊ะ อยู่นี่จ๊ะ เสียงนึงแว่วมาจากด้านหลัง

อ้าวลุงท๊อป

อ้าวไอ้เอส!!! ไม่เจอกันนาน เป็นไงบ้างวะ

ขลำตายห่าเลยลุง ได้ข่าวว่ามาด้วยกัน

ลุงท๊อปทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่รับมุก

เพิ่งตื่นเหรอ?

อืม เพิ่งตื่น

งั้นไปหาอะไรกินกัน

ลุงเลี้ยง?

ปล่าว ลุงเซินเลี้ยง

.... ลุงเซินนี่โคตรซวยเลย บทออกน้อย แล้วยังทุเรศ แถมยังต้องมานั่งเลี้ยงข้าวอีก

เอาน่า คิดซะว่ามัน ขลำ ขลำ

ลุงท๊อปลากตัวเอสไปทางห้องอาหารของรีสอร์ทนั้น ในขณะที่ปืนเดินสวนเขาทั้งสองคนไป พลางคิดในใจว่า บั้นท้ายของสาวเสิร์ฟที่นี้ไม่ต่ำกว่า สองมือจับแน่นอน ปืนคิดไปพลางเช็ดน้ำลายที่ไหลไปพลาง ช่างเป็นภาพที่โคตรอุบาทว์เลย ชายหนุ่มพาตัวเองนั่งลงที่ห้องล๊อบบี้ของรีสอร์ท แล้วกางหนังสือพิมพ์ออกอ่าน แน่นอนอ่านแต่หน้าที่มีดารามาแก้ผ้าถ่ายรูป มันเป็นของตายอยู่แล้ว

จุ๊ๆๆๆ ดูหน้าอกยัยนี่สิ มะ-หึ-มา อู้วหู้ว์.... แม่เจ้าโว้ย แตงโมเรียกคุณทวดเลยนะเนี่ย...

เอ่อ... คุณคะ ไม่ทราบว่าจะจองห้องเลยรึว่ายังไงดีคะเนี่ย?

อ้อ ห้องไว้ก่อน ตอนนี้ขอจองตัวน้องไว้ได้มั้ยจ๊ะ สัก 3 คืน

เพี๊ยะ! มือขวานั้นหวดเข้าที่แก้มซ้ายของชายหนุ่มอย่างเต็มแรง ที่ Atk 300 Aspd 190

อูย... เค้าบอกผู้หญิงตบแปลว่า ผู้หญิงอยากมี sex ด้วย

งั้นเวลาแม่แกตบแก แสดงว่า แม่แกอยากมี sex กับแกดิ ไอ้บ้า ไอ้ลามก ไม่ต้องจองมันแล้วห้องเหิ้ง คืนนี้มึงนอนมันตรงนี้แหละวะ

เฮ้ย ผมล้อเล่นโว้ย เอ้า ๆ ขอห้อง สูท 15 วันครับ จ่ายสด งดเครดิต เดบิต

ถ้าอย่างนั้นก็ยินดีค่ะ หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างเหมือนคนฉีกทุเรียน ถ้าเป็นเรื่องเงินแล้วละก็ ส้ม สาวมั่นผ่านร้อนผ่านฝนมาเกือบ 18 ปี คนนี้ไม่มีพลาด

ปืนยื่นธนบัตรปึกหนึ่งให้ส้ม แล้วเขาก็เอนตัวอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ ไม่นานกุญแจก็มาวางตรงหน้าเขา ปืนเหลือบมองแล้วยิ้มที่มุมปากน้อยๆ ความสนุกกำลังจะเริ่มแล้ว

ลมทะเลพัดมาเบาๆ ซัน และกิ๊ฟ เดินเลียบชายหาดไปอย่างเงียบๆ ซันไม่กล้าเอ่ยถามถึงที่มาของชื่อเกาะแห่งอีกนี้ครั้ง เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนรัก ซันแอบมองหน้าเพื่อนของเธอหลยต่อหลายครั้ง แววเศร้าฉายอยู่ในแววตาของกิ๊ฟ... ซันสัมผัสถึงมันได้เงียบๆ เพราะมันก็เป็นเงาสะท้อนเฉกเช่นความเศร้าที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเธอเช่นเดียวกัน

ทำไมนะ ทั้งๆ ที่ลมทะเลก็พัดดีออกอย่างนี้ แต่เราก็ยังมัวมาเศร้าอ้างว้างกันอยู่อีก

กิ๊ฟหันมายิ้ม นั่นสินะ เค้าบอกว่าให้เอาความเศร้ามาโยนทิ้งที่ทะเล งั้นเรามาโยนความเศร้าทิ้งกันดีกว่า

ซันเห็นด้วย แล้วเอ่อ... เราต้องสวดมนต์ หรือทำพิธีโยนอะไรอย่างนี้ก่อนมั้ยอ่ะ เพื่อความขลัง

ไม่รู้สิขลังไม่เป็น เป็นแต่ขลำ... กิ๊ฟยักไหล่

งั้น... ทำเหมือนคนงานโรงสีข้าวโยนกระสอบข้าวละกันนะ... เอ้า ฮุยเล่ ฮุย!

ทั้งสองต่างทำท่านโยนความเศร้าลงทะเลกันอย่างสนุกสนาน สำหรับเด็กผู้หญิงแล้ว อะไรเล่าที่จะมาแทนความงดงามเหล่านี้ได้?

SEX ไง

หา????? เอสทำหน้างงๆ

ก็เมื่อกี้แกถามฉันไม่ใช่เหรอว่า กิจกรรมยามว่างของชายหนุ่มโสดอย่างเราๆ อะไรดีที่สุด ก็ sex ไง เค้าบอกว่าร่วมเพศครั้งหนึ่ง เสียพลังงานเหมือนวิ่งรอบสนาม 7 รอบ

ลุงไปเอามาจากไหน...

หนังสือ แปลก ไง

.... มันเชื่อถือได้เหรอ

ได้ดิ ไม่ได้คนเข้าก็ไม่ซื้อกันหรอก ถ้าคนไม่ซื้อหนังสือมันก็ไม่ขาย ไม่มี Demand แล้วมันจะมี Supply ได้ไง จริงแมะ (เปิดเพลง paranoid dome no logo ประกอบ)

พอเถอะลุง ผมว่าเราไปเดินเล่นกันที่ชายหาดกันหน่อยดีแมะ เป็นการย่อยอาหาร

....ให้ฉันไปเดินเล่นที่ชายหาดกับแก?

ใช่

สองต่อสอง?

หรือลุงจะชวน อุสซาม่า บิล ลาดิน มาเดินด้วย?

พอกันที ให้ฉันไปเดินเล่นกับแกสองต่อสอง ฉันไปไสน้ำแข็งขายดีกว่า

งั้นผมขอราดนมข้นเยอะๆ

ไปไสเองสิวะ!!! เดี๋ยวฉันขอตัวไปซื้อเบียร์หน่อย อากาศยังงี้ต้องซดโฮกเบียร์ไป ดูคลื่นล้อกับหาดทรายไป สุขอุรา...หาใดปาน

ตามใจลุงละกันนะครับ ผมแค่อยากออกมาเปิดหูมเปิดตากับเขาบ้าง วันๆ เอาแต่เรียนกับเรียนแทบไม่ได้พักเลย เกือบๆ จะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า ทะเลมีหน้าตาแบบไหน

ท๊อปเดินมาตบไหล่เอสเบาๆ

ขากลับซื้อหมึกย่างมาฝากด้วยนะ ผมเห็นมีสะพานปลาอยู่ตรงโน้น

.......ครับ

ท๊อปมองเอสค่อยๆ เดินออกไปยังพื้นที่ส่วนชายหาด เขาลุกขึ้นยืนเอามือเท้าระเบียงของร้านอาหารแล้วทอดสายตาไปยังระยับน้ำที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์วับวาม ดวงตาเขาฉายแววประหลาด เป็นแววตาที่กระทั่งตนเองก็ยังไม่นึกว่ามันจะหวนกลับมาอีกครั้ง เขาถอนหายใจพลางจุดบุหรี่ยี่ห้อ การัม ขึ้นสูบ แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกเบาๆ ควันขาวลอยหยอกล้อกับแสงแดดอย่างนุ่มละมุน

ขอโทษนะคะ... เสียงนั้นทำให้เขาต้องหันหลังกลับมามอง

มึงไม่เห็นหรอว่าเค้าแขวนป้ายห้ามสูบบุหรี่ไว้น่ะ...

ป้ายนะผมเห็น... แต่ผมไม่เห็นน้องสาวน่ะสิจ๊ะ.. ท๊อปรีบดับบุหรี่ทันที

ปืนมองส้มตวาดลูกค้าคนนั้นแล้วขลำเบาๆ คิดถูกที่ตัวเองไม่สูบบุหรี่ สูบแต่บุรุษ ไม่ใช่และ ... เค้านั่งไขว่ห้างพลางละเลียดอาหารทะเลเคล้าลมเย็นที่โชยผ่าน ห้องอาหารของที่นี้เป็นแบบ Open Air ถ้าฝนตกก็ฉิบหายหมดแน่นอน ปืนชำเลืองมองรอบๆ ตัวเขา ลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้านส่วนมากจะมากันเป็นครอบครัว และมีบ้างที่เป็นคู่หนุ่มสาว รวมถึงแบบเขา มาคนเดียว

ไกลได้เวลาปฏิบัติภารกิจแล้วล่ะเรา ปืนรำพันกับตนเอง เขาคาดการณ์ไว้ว่า หลังเวลาอาหารจะต้องมีกลุ่มสาวๆ ไปลงเล่นน้ำที่ทะเลกันอย่างแน่แท้ทีเดียว ลักษณะพิเศษของชายหาดที่เกาะแห่งรักนี้คือ หาดทรายจะออกเป็นสีชมพูดูสะอาดตา มีเก้าอี้ชายหาดพร้อมร่มกางไว้เป็นระยะๆ เพื่อให้บรรดานักท่องเที่ยวได้นั่งพักตากลมกัน ส่วนไอ้ที่อยากเล่นน้ำก็ลงไปเล่นที่พื้นที่ชายหาดด้านล่าง ระดับน้ำไม่ลึกมาก แต่ถ้าไปไกลๆ เกิน 400 เมตรก็ลึกมิดหัวผู้ใหญ่เลย

กิ๊ฟกับซันเดินทอดน่อง ย่างน่อง ปิ้งน่อง.... พอดีกว่ารู้ว่าแป๊ก มาตามชายหาดเรื่อยๆ แสงแดดยามสายส่องกระทบผิวกายไม่ร้อนมากเกินไป ทั้งสองเดินไปคุยไปอย่างสบายอารมณ์ราวกับว่าเรื่องราวที่เศร้าเมื่อครู่หายไปพร้อมกับการโยนมันลงสู่ห้วงมหาสมุทร

เอสก้มลงเก็บเปลือกหอยเบาๆ แล้ววิจารณ์เป็นภาษาอิตาเลี่ยน ฮิบรู และซวาฮิรี ตามลำดับ เขาไม่เคยพบเปลือกหอยอะไรสวยงามขนาดนี้ นี่ถ้าใส่ Filter แล้ว encode ออกมาดีๆ ที่ bitrate สูงๆ นะ... จะต้องเนียนกว่านี้แน่นอน ใครบางคนได้ยินเสียงเขาแว่วมาตามสายลม

หลังจากโดนส้มเฉดหัวออกมาจากร้านอาหาร ท๊อปก็พาตัวเองมานั่งดูดบุหรี่ที่ชายหาดแทนทั้งๆ ที่ไม่ค่อยอยากจะออกมาเท่าไหร่นัก เค้าเกลียดชายหาดแถวๆ นี้ ผู้คนสัญจรเยอะเกินไป เขามาเพื่อหาความสงบ แต่เกาะนี้กลายเป็นเกาะที่แปลกหน้า ไม่เหมือนเกาะแห่งความรักที่เขาเคยมาเมื่อหลายปีมาแล้ว...

ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นและจบลงที่นี่... ท๊อปกล่าวเบาๆ พลางดีดก้นบุหรี่ทิ้ง สายลมพัดพาควันจากปากของเขาฟุ้งลอยไปยังฟากฟ้า ไกลแสนไกล

คุณลุงคนเก็บขยะตะโกนด่าพ่อใครบางคนที่ทิ้งก้นบุหรี่ไม่เป็นที่เป็นทาง

อ้าวลุงท๊อป ไหนบอกจะไม่มาเดิน! เอสทักขึ้นเมื่อเห็นท๊อปเดินผ่านหน้าเขาไป

อ้าวนางในฝัน! ปืนตะโกนพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนขึ้นแทบจะล้มลงกับเก้าอี้ชายหาด เมื่อเขาเห็นซันเดินมาแต่ไกล เขาเพิ่งมานั่งได้ไม่นานหลังจากเห็นไอ้บ้าคนนึงพูดกับหอยราวกับเป็นเพื่อนกัน

อ้าว.... คุณท๊อป... กิ๊ฟสะดุ้งสุดตัวก่อนจะรวบรวมความรู้สึกเอ่ยทักทายคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

อ่าวนี่มันกว้างยาวเท่าไร่กันนะ ผมว่าจะลองพายเรือวนรอบเพื่อหาโลเคชั่นถ่ายหนังดีๆ ซักจุดสองจุด ใครบางคนพูดกับคุณลุงคนเก็บขยะ

การที่พวกเขามาพบกันโดยบังเอิญ.... มันเกิดขึ้นได้อย่างไรบนเกาะแห่งความรักนี้.... หรือว่าจะเป็นปาฏิหาริย์แห่งสายลม... ที่หอบเอาความรักลูกใหญ่มาไว้ ณ จุดเดียวกัน... ยกเว้นคุณลุงคนเก็บขยะนะ...


ติ่มซำ เอ้ย ! ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึก!


edit @ 2005/06/01 20:59:17

2005/May/15

ขอบฟ้า ตะวัน พระจันทร์ ดวงดาว

story and beautify by : Cheese Team


"......... ขอขอบคุณ ขอบฟ้า ตะวัน พระจันทร์ และดวงดาว ณ ที่แห่งนี้ ที่ทำให้เรา ได้มารักกัน ........."

สาวน้อยม.ปลายหน้าตาสะอาดสะอ้าน ตื่นขึ้นจากภวังค์เพราะความฝันอันแปลกประหลาดของเธอ เธอมองนาฬิกา เวลานั้นเป็นเวลา ตี 2.30 เธอสงสัยว่า ทำไมความฝันของเธอแปลกประหลาดทั้งๆที่ เธอ เพิ่งจะเลิกกับคนที่เธอรักมากที่สุดสาวน้อยลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกไปมองที่นอกหน้าต่าง แสงไฟตามท้องถนนยามราตรีมันช่างอ้างว้างและน่าเปล่าเปลี่ยวใจเหลือเกิน ทำให้สาวน้อยนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ มันเป็นเหตุการณ์อันแสนปวดร้าว ที่ทำให้ช่วงเวลาแห่งความสุขของคน2คนที่เคยร่วมกันมลายหายไปภายในไม่กี่นาที .......


"...ซัน พี่ว่า... เราเลิกกันเถอะนะ.. ซันดีเกินไปสำหรับพี่..."

"......."

" พี่ว่า เราเป็นพี่น้องกันดีกว่านะ "


ชายหนุ่มนักธุรกิจหนุ่มไฮโซเจ้าของกิจการถุงยางอนามัยดูเล็กและเป็นเศรษฐีอันดับ48ของเมืองไทยนาม คะน้า บอกเลิกกับ สาวน้อยม.ปลายวัยกระเตาะ เนื่องจากเขาไปพบรักกับนางแบบสาวสวยชั้นแนวหน้า........


ลมหนาวยามค่ำคืนกระทบหน้าเธอทำให้เธอละขึ้นจากเหตุการณ์ที่ปวดร้าวนั่น เธอหลับตาพริ้มกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา น้ำใสๆในดวงตาของเธอก็เริ่มไหลรินอาบแก้ม เธอไม่รู้เหมือนกันว่าเธอร้องไห้ออกมาตอนไหน และเธอร้องไห้ออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว

" ชั้นต้องไม่ร้องไห้กับเหตุการณ์งี่เง่าที่ผ่านมาอย่างนี่สิ ชั้นต้องสู้ต่อไป "เธอพูดปลอบใจตัวเอง

แต่แล้วการแสดงของเธอไม่เป็นไปตามคำพูดปลอบใจ เด็กสาวเดินไปทุบกระปุก แล้วรวบรวมเงินที่เหลืออันน้อยนิดในกระปุกออมสินของเธอเข้ากระเป๋า เทอเดินไปใส่เสื้อโค้ดตัวโปรดของเธอ แล้วเขียนโน้ตลงบนแผ่นกระดาษที่โต๊ะเขียนหนังสือของเธอได้ความว่า

" พ่อคะ แม่คะ หนูขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ แต่ตอนนี้หนูอยากอยู่คนเดียว เมื่อหนูสบายใจแล้วจะกลับมาหาค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ...ซัน "

แล้วเด็กสาวค่อยๆเดินออกจาบ้านไปพร้อมกับเงินที่เธอทุบจากกระปุกของเธอ เธอเดินออกจากหมู่บ้านไปเรื่อยๆ ไปตามทางคอนกรีต มุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ โดยที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางของเธอว่าเธอจะเดินไปที่แห่งใด ที่ไหน ที่จะทำให้เธอรู้สึกสงบขึ้นมาบ้าง เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก้อไม่รู้ว่าตนเดินออกมาไกลแค่ไหนแล้ว

บรรยากาศของเมืองกรุงในวันนี้แสนอึมครึม พระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ส่งให้เห็นแสงตะวันเรืองรองของยามเช้า แต่ก็เห็นได้แค่เพียงแสง ไม่สามารถเห็นดวงลูกไฟขนาดใหญ่ได้เพราะเมฆได้บังพระอาทิตย์ ทำให้เห็นแค่เพียงแสงเท่านั้น ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ก้อเหมือนกัน ความโศกเศร้าได้บังความสว่างสดใสของเธอที่เปรียบดั่งพระอาทิตย์ไปหมดสิ้น เหลือไว้แต่แสงเรืองรองแห่งความอ้างว้างที่ส่องออกมาเท่านั้น

เวลานานเท่าไหร่แล้วที่เธอเดินออกมาจากบ้านของเธอ เธอยังคงเดินเลียบถนนมาเรื่อย จนเธอรู้สึกว่าท้องของเธอเริ่มร้องซะแล้ว

" หิวว้อยยยย =[]=! " เด็กสาวโพล่งเสียงดังออกมาใส่รถที่วิ่งผ่านไปด้วยความรีบเร่งจะเข้าทำงานในตอนเช้า

" หิวก็กลับไปกินนมแม่สิวะ บอกกูมัยเนี่ย ไอ้เวง = =! "

เจ้าของรถผู้เคราะห์ร้ายที่ขับผ่านไปได้ยินเสียงเด็กสาวตั้งแต่เช้า บ่นพึมพำกับตัวเองในรถ

เด็กสาวเดินต่อไปอีกนิด ก็เห็นป้ายไฟ แถบสี แดงขาวเขียว และตัวเลข7 ที่คุ้นเคย เธอถอนหายใจเบาๆก่อนจะผลักประตูเข้าไปในร้าน

" ปิ๊งป่อง เซเว่นอีเลฟเว่น สวัสดีค่ะ " บริกรสาวกล่าวต้อนรับลูกค้าที่ผ่านไปและผ่านมา ช่างเป็นภาพเดิมๆของคนในเมืองกรุงในสมัยนี้

เด็กสาวเดินไปข้างในสุดของร้าน เธอเปิดตู้กระจกกวาดสายตาเพื่อสำรวจสิ่งที่เธอต้องการ แล้วสาวน้อยก็ก้อลงไปหยิบเครื่องดื่มชาเขียวยี่ห้อหนึ่งที่อยู่ชั้นล่างสุดของตู้แช่ เมื่อลุกขึ้นมา เด็กสาวเห็นไอน้ำในตู้แช่จับตัวรวมกันกลายเป็นฝ้าขาวๆอยู่กระจกของตู้แช่ เธอจ้องอยู่เป็นเวลาเนิ่นนาน มันทำให้เธอเศร้า ตอนนี้หัวใจของเธอมันช่างเย็นเฉียบราวกับความเย้นของชาเขียวที่เธอกำลังถืออยู่ ภาพวันเวลาอันมีความสุขของเขาและเธอค่อยๆเข้ามา ในห้วงคำนึงของเธอ แล้วก๊ค่อยๆเปลี่ยนเป็นเวลาอันแสนปวดร้าว เด็กสาวค่อยๆตื่นจากภวังค์ เธอส่ายหัวตัวเองแล้วปาดน้ำใสๆที่ดวงตาของเธอ ในตอนนี้ มันเริ่มปรี่ออกมาแล้ว เด็กสาวเอานิ้วของเธอค่อยๆลากเป็นตัวอักษรที่กระจก.. "รักพี่นะ.."

"ปึก" เสียงฝาตู้กระทบกับตู้เบาๆหลังจากสาวน้อยผลักปิด เธอผละจากตู้แช่นั้นแล้วเริ่มเดินไปเลือกขนมอีกสองสามห่อ แล้วเดินไปที่เค้าเตอร์

"เอ่อ พี่คะ เอา บิ๊กเปา ค่ะ^-^ "

" ค่ะ ซักครู่นะคะ ^-^ " พนักงานตอบพร้อมทั้งยิ้มหวานให้เด็กสาว เธอพึ่งสังเกตุว่าน้ำเสียงของพนักงานห้าวมากผิดกับเสียงของเด็กผู้หญิงทั่วไป เมื่อพินิจพิเคราะห์ใบหน้าซักครู่ เธอก็ตะโกนในใจ "แม่งกระเทยนี่หว่า = =! แสดดด"

ระหว่างที่รอ ซาลาเปาลูกใหญ่ๆของเธอ สาวน้อยก็กวาดตามองไปรอบๆร้าน และวนกลับมาแถวๆเค้าท์เตอร์

สายตาซันเหลือไปเห็นกล่องถุงยางในมือของลูกค้าผู้ที่กำลังจ่ายตังอยู่ยี่ห้อ "ดู(แล้ว)เล็ก(จัง)" น้ำตาของเธอเริ่มซึมออกมาอีกครั้ง "พี่คะ...." เด็กสาว ร้องในใจ

" ได้แล้วค่ะน้อง ^-^" " เสียงของพนักงานบุรุษผู้ไม่เข้าใจเกี่ยวกับสถาณภาพทางเพศของตัวเอง ( - -'' )ปลุกเด็กสาวจากห้วงของความคำนึง

"ปี๊บ.. ปี๊บ.." *เสียงเครื่องอ่านบาร์โค้ดแสนคุ้นเคย "ทั้งหมด 82 บาทค่ะ"

เด็กสาวดึงกระเป๋าตังค์ออกมาจากกางเกงยีนส์ตัวเก่ง แล้วควักแบงค์แบงค์สีแดงๆที่มีมูลค่าหนึ่งร้อยบาทส่งให้พนักงาน

"เงินทอนค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ"

เด็กสาวเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อแล้ว เดินเลียบตามทางเท้าที่ก่อนหน้านี้มีแสงไฟเรืองรองขณะนี้ ได้ดับหมดแล้ว เธอค่อยๆเดินอย่างช้าๆไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย หลังจากที่เดินมาซักพัก สาวน้อยก้อเหลือบไปเห็นป้ายโฆษณาที่เสารางรถไฟฟ้า bts เป็นโฆษณาของการท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย

"จังหวัดตราดหรอ.. "

และแล้วสาวน้อยก็นึกอาไรขึ้นมาได้

" กิ๊ฟ!! O_O!! " เธอรีบล้วงกระเป๋าแล้วรีบกดเบอโทรศัพท์ แล้วรีบโทรไปหาเพื่อนของเธอทันที

"
  หนื่งงง สองงง สามมม ถ้าไม่รับเราโกดแระน๊า
  " เสียงโทรสับของสาวน้อยหน้าตาน่ารักผู้หนึ่งดังขึ้น เธอ เหลือบไปเห็นก้อตกใจว่า เพื่อนสาวเธอโทรมาทำไมแต่เช้า สงสัยเพื่อนสาวของเธอจะคิดถึงเธอจัด ไม่ได้คุยกันมาตั้งนานแล้ว

" ฮาโหล ซันหยอ ว่าไงจ้ะ " สาวน้อยน่าตาน่ารักพูด

" ฮาโหย.. อือ เมื่อคืนพี่คะน้าพึ่งบอกเลิกซันอ้ะ "

" ห๊า! จิงดิ่ เฮ่ยก็เห็นยังรักกันดีอยู่นี่นา "

" ก้อ... พี่เค้าไปมีคนใหม่... "

" โอ๋ๆ ม่ะเป็นไรนะ "

" อือ เดี๋ยวซันไปหากิ๊ฟนะ "

" อ่าจ่ะ โอเคแล้วเจอกันนะ "

" จ้า^-^ " ตู้ดด ตู้ดด

เมื่อสาวน้อยหน้าหน้าตาสะอาดสะอ้านวางโทรศัพท์กับเพื่อนเธอ เธอก็รีบโบก Taxi ทันทีที่ Taxi จอด เด็กสาวก็เปิดประตูรถ กระโดดเข้าไปในด้านหลัง

" พี่คะ หมอชิต = ='' "

ระหว่างที่กำลังนั่งรถไปหมอชิต

"..geu deh reul bol ddeh mah dah
neh ma eum soom gee gee uh ryuh wuh ssuh yo
hang sang pyo hyun ha go ship uht neun deh

neh geh yok shim een ga yo
geu del sarang ha neun geh
geu ruh keh do heem deun gun ga yo

* uhn jeh na geu deh nan wun ha go eet jo
hok shi ra do oo reen sarang hal soo ub na yo
heem deul get jee man nan geu del wee han cham ah yah man ha get jo
nan geu deh man eul sarang hae yo

ee jen bol soo ub get jo
neh ga ddun na ga ya hal
ee shi gan ee da ga wah ssuh yo ..."

เสียงเพลง go baek บรรเลงอยู่ภายในรถ Taxi คันนั้น

''...ชั้นรู้สึกมาตั้งแต่แรกเริ่ม
ชั้นตกหลุมรักเธอมาตั้งแต่ตอนนั้น
ชั้นรักเธอ
ทุกๆครั้งที่ชั้นได้พบเธอ
มันยากมากที่ชั้นต้องซ่อนหัวใจของตัวเองไว้
ชั้นอยากที่จะเฉลยมันออกมา
ชั้นขอมากเกินไปไหม?
ความรักของชั้นที่มีให้กับเธอ
มันเป็นสิ่งที่ยากเกินไปไหมสำหรับเธอ?
ชั้นอยากที่จะอยู่กับเธอเสมอ
ความรักของเราไม่สามารถจะเป็นไปได้เลยหรือ?
มันคงจะเป็นการยากมาก
แต่ชั้นก็จะรอเธอ
ชั้นจะรักเธอคนเดียวตลอดไป
ชั้นจะรักเธอคนเดียวตลอดไป... '
'

เมื่อสาวน้อยได้ฟังเพลงนี้ ก้ออดที่จาหวนรำลึกถึงภาพวันวานไม่ได้ ภาพวันเวลาเก่าๆได้หวนกลับขึ้นมาในห้วงของเธออีกครั้ง บรรยากาศภายนอกรถนั้นช่างหนาวเหน็บ แต่ก็ยังมีค่อยๆโปรยลงมา เป็นสายเล็กๆ น่าแปลกทั้งๆที่มันเป็นฤดูหนาว ราวกับว่า พระเจ้าบนฟากฟ้ารับรู้ถึงความรู้สึกและความเศร้าในใจของเธอ น้ำตาของเธอค่อยๆไหลหลั่นรินไปพร้อมๆกับสายฝน เด็กสาวนั่งตกอยู่ในห้วงคำนึงไปตลอดทางโดยไม่มีการสนทนากับคนขับรถเลยซักเพียงคำเดียว

เมื่อถึงหมอชิต ปรากฏว่า ฝนได้หยุดตกลงแล้ว เด็กสาว รีบวิ่งไปซื้อตั๋ว เจ้าหน้าที่บอกถึงเวลาเที่ยวรถที่กำลังจะออก เธอรีบมองนาฬิกา แล้วรีบปีนขึ้นไปนั่งบนรถ กับที่นั่งหมายเลข.. 15 ริมหน้าต่าง เธอถอนหายใจที่มาทัน

ซักพักชายฉกรรจ์หุ่นล่ำสันหน้าตาเหี้ยมเกรียม ไว้เครา หัวเกรียน ใส่กางเกงลายพราง เสื้อยืดสีขาวใส่เสื้อกั๊กทับ ลายเดียวกับกางเกง เดินทำหน้าหื่นเด็กจนมาถึงที่นั่งของเด็กสาวหน้าตาสะอาดสะอ้านที่กำลังเหม่อมองบรรยากาศภายนอก

" ที่นั่งเลขที่16ใช่มั้ยครับ " ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ

" ค่ะ.. " เด็กสาว ตอบด้วยท่าทางหวาดๆ

ชายคนนั้นจึงเอากระเป๋าเป้ไปวางไว้ที่ชั้นเหนือหัว แล้วนั่งลงข้างข้างๆกับเด็กสาว

หลังจากรอซักพัก รถที่จาพาเด็กสาวไปจังหวัดตราดก้อออก ต้นไม้ข้างทางที่รถทัวร์แล่นผ่าน รวมทั้งทุ่งหญ้าเขียวชะอุ่มที่อยู่ไกลๆพริ้วไหวไปตามลม เด็กสาวนั่งมองวิวและบรรยากาศสดชื่นที่หาไม่ได้ในกรุงเทพ ไปเรื่อยๆจนไม่รู้สึกตัวว่า คนที่นั่งอยู่ข้างๆเธอนั้นกำลังมองเธออยู่

" เป็นอะไรรึเปล่าครับ " ชายหนุ่มเริ่มเปิดการสนทนา

" เอ่อ.. เปล่าค่ะ " สาวน้อย ตอบด้วยท่าทางไม่ค่อยไว้ใจในรูปร่างหน้าตาของชายหนุ่ม

" มีอะไรปรึกษาลุงได้นะครับ ลุงชื่อคมสันครับ "

" ...ค่ะ นู๋ชื่อซันค่ะ "

" ตกลงว่าไงครับ เป็นไรรึเปล่าปรึกษาลุงได่นะครับ "

" ไม่มีอะไรค่ะ ^^! "

" อ่ะครับ ^^ "

" เอ่อ.. ลุงสันคะ "

" ครับ? "

" คือว่า บ้านลุงอยุ่จ.ตราดหรอคะ? "

" อะใช่ครับ^-^ ลุงกลับไปเยี่ยมบ้านหนะครับ "

" อ่าค่ะ^-^ "

และแล้วก็กลับไปในความเงียบเหมือนตอนที่รถเริ่มออกอีกครั้ง

" เดี๋ยวจะพักรถที่ปั้มน้ำมันข้างหน้านะคะ " พนักงานบนรถทัวร์บอกทุกคนบนรถ

" เจอกันที่รถอีก 20 นาทีนะคะ "

เด็กสาวเดินลงจากรถไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา แลวจึงเดินเข้าไปในร้าน Jiffy ซื้อของใช้ส่วนตัว ขนมและน้ำดื่ม จากนั้นเธอก้อเดินชมวิวทิวทัศน์ไปเรื่อยๆ ลมเย็นๆตีเข้าหน้าของเธอ และแล้วเธอก้อสังเกตุเห็น ต้นไม้ต้นหนึ่ง ตรงใบของต้นไม้มีน้ำค้าง เนื่องจากจากฝนที่ตกลงมาก่อนหน้านี้ น้ำค้างกระทบกับแสงแดดส่องประกายสวยงาม เด็กสาว รีบหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอแล้วเก็บภาพที่แสนจะหายากในเมืองกรุงนี้ไว้ เธอยิ้มให้กับรูปของเธอที่เธอถ่าย แล้วก็รีบวิ่งกลับขึ้นไปบนรถ

" น้ำมั้ยคะลุงสัน ^^ "

" ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ "

พอใกล้ถึงตราด เด็กสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรหาเพื่อนสาวของเธอ

" อาโหย "

" ... ''

'' อ้าวเวรแล้วแบตหมด - -'' ''

" เอ่อ.. ลุงคะ ^^! คือว่า นู๋ขอยืมโทรสับหน่อยได้มั้ยคะ "

" อ่า ได้ครับๆ ตามสบายเลยครับ "

" ขอบคุณค่ะ "

ตู๊ด.. ตู๊ด.. "ฮาโหย"

" สวัสดีค่ะ "

" ซันเองกิ๊ฟ "

" อ้าวซัน หรอ เอาเบอร์หนุ่มที่ไหนโทรมาจ้ะเนี่ยฮึ? "

" จะบ้าหรอยัยกิ๊ฟ ซันยืมมือถือของคนบนรถอ่ะ อืม ซันจะโทรมาบอกว่าใกล้จะถึงแล้วนะ "

" จ้า กิ๊ฟรออยู่ที่ท่ารถแล้วนะ แล้วเจอกันจ้ะ "

'' จ้า ... ''ตู๊ด ตู๊ด..

" ขอบคุณค่ะลุงสัน ^^ "

" ครับผม ยินดีครับ "

------ ท่ารถ ------

เด็กสาวผมยาวหน้าตาสะอาดสะอ้านเดินลงจากรถ เทอมองไปมองมา หันซ้ายหันขวา (' ' ) ( ' ')

" อ้ะ! =[]=! " มีใครบางคนเข้ามาล็อคคอของเธอจากด้านหลัง

" โธ่ ยัยบ้ากิ๊ฟ! " เด็กสาวตวาด " ตกใจหมด หัวใจจะวาย = =! "

" ง่า โอ๋ๆ ขอโทษน๊า ก็จะแกล้งเล่นนิดเดียวเอง "

" อือ.. = =! ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆนะ "

" หุหุ แล้วซันเป็นไงบ้างเนี่ย ไม่เจอกันซะนานเลยนะ ตั้งแต่จบ ม.3 อ่ะ 2ปีแล้วสินะ ผอมลงนะซัน สูงขึ้นด้วยปะเนี่ย ว่าแต่ เป็นไงมั่ง เหนื่อยมั้ย หิวป่าวเดี๋ยวพาไปหาไรกินนะ "

" ใจเย็นดิ เอาทีละคำถาม ไรฟะ มาถึงก็ใส่เป็นชุดเลย =[]=! "

" เออๆๆ ลืมไป หุหุ อ่ะงั้นค่อยๆตอบมา "

" ผอมหรอ =[]=! ออกจะหุ่นดี( แหวะ =[]=! )ขนาดนี้ 555+ อื้ม นั่งรถมาตั้งนาน หิวเหมือนกันแฮะ ว่าแต่แกเหอะ อยู่ดีกินดีสิท่า อ้วนขึ้นเยอะเลยนะ หึหึ " ว่าแล้วเด็กสาวก็ต่อยพุงเพื่อนรักเบาๆ

" ไอบ้า = =! "

" 5555+ "

" อื้ม ไปกินข้าวกันดีกว่า จะไปกินที่ไหนดี ร้านอาหาร หรือว่าจะไปกินที่รีสอร์ท "

" แหม แกเป็นเจ้าของรีสอร์ท ก็ต้องไปกินที่รีสอร์ทดิ่ "

" อื้อ ป่ะๆ รถเราจอดอยู่ตรงนั้น " เพื่อนของสาวน้อยว่าพลางชี้ไปที่ รถ BMW Z4 สีบรอนด์เงิน

เด็กสาวเดินตามเพื่อนรักไปขึ้นรถที่จอดอยู่ ใต้ร่มไม้

------ ท่าเรือ ------

เด็กสาวหน้าตาน่ารักมาดไฮโซเลี้ยวรถคันงามของเธอเข้าไปจอดในที่จอดรถส่วนตัวของตระกูล

" ป่ะ ซัน เรือกิ๊ฟอยู่นู่นแหนะ " เพื่อนของเธอเดินนำเด็กสาวไปที่เรือ Speed Boat ที่จอดรออยู่ใกล้ๆ

" ออกเรือเลยค่ะ " เด็กสาวเจ้าของเรือร้องบอก นายเค็ม คนขับเรือ..

" ครับ คุณกิ๊ฟ " นายเค็ม คนขับเรือขานรับ

เสียงเรือค่อยๆเดินเครื่อง แล้วแล่นออกจากท่าเรือไปเรื่อยๆ ....... สู่เกาะอันเป็นที่ตั้งรีสอร์ทของกิ๊ฟ ซึ่งเกาะนี้ ใครๆก็พาขนานนามว่า Island of lover จนลับสายตาไป .......


เรื่องแรกอะนะ หุหุ ช่วยคอมเม้นหน่อยนะฮับ ..โพจี้


edit @ 2005/05/15 19:25:24